7 อาหารที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง
1. นมและถั่วเหลือง เมนูยอดนิยมสำหรับใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเป็นเพราะความสะดวกในการรับประทานหรือประหยัดเวลา นมมักเป็นคำตอบแรกเวลาหิว แต่แม้จะอุดมด้วยโปรตีนและเชื่อว่าการดื่มนมเยอะ ๆ จะมีประโยชน์นั้น แท้ที่จริงแล้วการดื่มนมและถั่วหลือง เช่น น้ำเต้าหู้จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อกระเพาะอาหารมีสารประเภท แป้งอยู่ ดังนั้นการเลือกรับประทานนมตอนท้องว่าง จะทำให้ท้องอืดได้
2. น้ำตาลหรืออาหารหวาน การที่คนเราเสียพลังงานไปเยอะนั้น จริงอยู่ว่าร่างกายต้องได้รับการเสริมสร้างจากเกลือแร่และน้ำตาลเมื่อเรารู้สึกอ่อนเพลีย แต่ทว่าหากท้องว่างแล้วนั้น การเลือกดื่มน้ำหวาน หรือของหวานเช่น น้ำอัดลม ลูกอม ช็อกโกแลต เพราะจะทำให้โปรตีนรวมตัวกับน้ำตาล ซึ่งส่งผลต่อการ ดูดซึมโปรตีนทุกชนิดและลดสมรรถภาพการทำงานของระบบหมุนเวียนเลือดและไตได้
3. ผัก บางคนอาจคิดว่าการทานผักเยอะ ๆ แทนข้าว โดยเฉพาะคนที่ต้องการลดควมอ้วนนั้น เป็นความคิดที่ผิดและไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนแล้ว การรับประทานผักอย่างเดียวขณะท้องว่าง จะทำให้ท้องอืด
4. กล้วย คนส่วนใหญ่มักเชื่อกันว่า การทานกล้วยเยอะ ๆ จะทำให้ระบบขับถ่ายดี แต่มักลืมกันไปว่าหากทานกล้วยในช่วงเวลาตอนท้องว่างแล้ว นอกจากจะทำให้ท้องอืด ยังจะเพิ่มธาตุแมกนีเซียมในเลือดให้สูงขึ้น ทำให้สูญเสียสัดส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมซึ่งเป็นการยับยั้งการทำงานของหลอดเลือดหัวใจ อันเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก
5. ชาแก่ ตื่นเช้าแล้วจิบน้ำชาสักแก้ว ดูแล้วเข้าท่าและน่าจะดี แต่หารู้ไม่ว่าการจิบชาร้อนโดยเฉพาะชาแก่ช่วงท้องว่างนั้นจะทำให้กรดเกลือของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง เกิดอาการใจสั่น เวียนศีรษะ มือเท้าไม่มีแรง
6. ลูกพลับ เป็นอีกหนึ่งชนิดต้องห้ามยามท้องว่าง เพราะลูกพลับจะเป็นตัวกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดเกลือออกมามาก ทำให้เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ และเป็นแผลในกระเพาะอาหาร
7. เหล้า กระเทียม เป็นสิ่งสุดท้ายที่ไม่ควรรับประทานในขณะท้องว่าง เพราะทั้งสองสิ่งนี้จะมีส่วนเพิ่มแรงกระตุ้นเยื่อบุกระเพาะอาหาร ส่งผลให้เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ และเป็นแผลในกระเพาะอาหารได้
ที่สำคัญขณะท้องว่างนั้น เราไม่ควรอาบน้ำและออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้เกิด อาการช็อกได้ง่าย เนื่องจากน้ำตาลในเลือดต่ำมากและเมื่อตื่นเช้าขึ้นมา เราควรดื่มน้ำอุ่นๆสัก 1-2 แก้ว เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสภาพ อีกทั้งยังช่วยปรับระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น
อาหารคลีน คืออะไร
ก่อนอื่นเลยนั้นเรามาทำความรู้จักกับอาหารคลีนกันก่อน อาหารคลีนคืออะไร ดีต่อสุขภาพอย่างไร?
อาหารคลีน หรือ คลีนฟู้ด (Clean Food) หรือ Eating Clean คือ
อาหาร และการเลือกกินอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด
ผ่านการปนเปื้อนน้อยมากไปจนถึงขั้นไม่มีสารปนเปื้อนใด ๆ ติดมากับอาหารเลย เน้นความเป็นธรรมชาติให้ได้มากที่สุด ดัดแปลงน้อยที่สุด เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์จากธรรมชาติ และสารอาหารอย่างครบถ้วน
อาหารคลีนมีอะไรบ้าง?
ถ้าจะให้ยกตัวอย่างอาหารคลีน
ก็ได้แก่ ผัก ผลไม้สด ๆ ธัญพืช อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี จำพวกข้าว แป้ง
น้ำตาล อาหารที่ไม่ปรุงรสจัด ทั้งรสหวานจากน้ำตาล
หรือรสเค็มจากการเติมเกลือ และน้ำปลา รวมไปถึงเครื่องปรุงรสใด ๆ
ที่ทำให้อาหารมีรสผิดไปจากธรรมชาติ นอกจากนี้อาหารประเภททอด
ที่ทอดด้วยน้ำมันท่วม ๆ หรืออาหารผัดที่ใช้น้ำมันเยอะ ๆ
ก็เป็นอาหารต้องห้ามสำหรับหมวดอาหารคลีนด้วย
วันนี้จึงขอนำสูตรอาหารคลีนมาฝากกันถึง 15 สูตรเลยทีเดียว
1. แครกเกอร์หน้าแซลมอนรมควันและอะโวคาโด
แครกเกอร์ธัญพืชอบกรอบ ทับด้วยอะโวคาโดสดหั่นชิ้นบาง ๆ ตบท้ายด้วยเนื้อแซลมอนรมควัน โรยออริกาโน่อีกสักนิดเพิ่มรสชาติ พร้อมเลมอนสไลด์เป็นเครื่องเคียงอีกสักอย่าง ก็ทำให้อาหารจานนี้มีหน้าตาดีใช้ได้เลยนะคะเนี่ย
สิ่งทีต้องเตรียม
แครกเกอร์ธัญพืชแผ่นบาง 3-4 แผ่น
อะโวคาโด สไลซ์บาง 1/3 ลูก
แซลมอนรมควัน 30 กรัม (1 ออนซ์)
เกลือป่น และพริกไทยป่น
เลมอนเหลืองฝานบาง
วิธีทำ
วางอะโวคาโด แซลมอนรมควันบนแครกเกอร์ โรยหน้าด้วยเกือป่นละพริกไทยป่น เสิร์ฟพร้อมเลมอนฝานบาง
2. ไข่อบมันฝรั่งเนื้อนุ่มหอมกรุ่น
อิ่มแบบคลีน ๆ ในมื้อเช้าด้วยเมนูไข่อบมันฝรั่งเนื้อหนานุ่ม ตีไข่ผสมนมสด ปรุงรสด้วยเกลือเบา ๆ กับพริกไทยเล็กน้อย แล้วหั่นมันฝรั่งเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใส่ลงไป อบให้ขึ้นฟูได้ที่ก็พร้อมเสิร์ฟรับอรุณแล้วจ้า
อิ่มแบบคลีน ๆ ในมื้อเช้าด้วยเมนูไข่อบมันฝรั่งเนื้อหนานุ่ม ตีไข่ผสมนมสด ปรุงรสด้วยเกลือเบา ๆ กับพริกไทยเล็กน้อย แล้วหั่นมันฝรั่งเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใส่ลงไป อบให้ขึ้นฟูได้ที่ก็พร้อมเสิร์ฟรับอรุณแล้วจ้า
สิ่งที่ต้องเตรียม
มันฝรั่งหั่นเต๋า 1 1/2 ถ้วย (6 ออนซ์)
ไข่ไก่ 8 ฟอง
นมสด 1/3 ถ้วย
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
เชดดาร์ชีส 1 ถ้วย
วิธีทำ
เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮท์ เตรียมไว้ ทาเนยในถาดสำหรับเข้าเตาอบ เตรียมไว้
ผสม
มันฝรั่ง ไข่ไก่ นม เกลือป่น และพริกไทยป่น เข้าด้วยกัน เทส่วนผสมลงในพิมพ์
โรยด้วยเชดดาร์ชีส นำเข้าอบนานประมาณ 30-35 นาที นำออกจากเตา
พักทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จนเริ่มอุ่น ตัดเป็นชิ้น พร้อเสิร์ฟ
3. วาฟเฟิลโฮลวีทกล้วยหอมจอมซน
เนื้อวาฟเฟิลโฮลวีตนุ่ม ๆ ผสมความหอมและสัมผัสแน่น ๆ จากกล้วยหอมสดหั่นแว่น ราดน้ำผึ้ง และดื่มนมคู่กันไป อาหารจานนี้ก็ฟินได้ทั้งมื้อเช้า หรือจะทำไว้กินเป็นอาหารว่างก็ตามสบายเลย
เนื้อวาฟเฟิลโฮลวีตนุ่ม ๆ ผสมความหอมและสัมผัสแน่น ๆ จากกล้วยหอมสดหั่นแว่น ราดน้ำผึ้ง และดื่มนมคู่กันไป อาหารจานนี้ก็ฟินได้ทั้งมื้อเช้า หรือจะทำไว้กินเป็นอาหารว่างก็ตามสบายเลย
สิ่งที่ต้องเตรียม
กล้วยหอม หั่นเป็นแว่นบาง 2 ลูก
ซอสแอปเปิ้ล 1/2 ถ้วย
ไข่ไก่ 2 ฟอง
นมสด หรือนมเปรี้ยว 1 1/2 ถ้วย
ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย
แป้งโฮลวีต 1 ถ้วย
ผงฟู 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
ผงอบเชย 1/2 ช้อนชา
วิธีทำ
เปิดเครื่องทำวาฟเฟิลเตรียมไว้
ใช้
ส้อมบดกล้วยหอมจนเป็นเนื้อเนียน เติมซอสแอปเปิ้ล และไข่ไก่ ตีผสมจนเข้ากัน
ค่อย ๆ เติมนมสดลงไป ตีผสมให้เข้ากัน ตามด้วยแป้งโฮลวีต ผงฟู เกลือป่น
กลิ่นวานิลลา และผงอบเชย ตีผสมจนเข้ากัน
ตักส่วนผสมใส่เครื่องทำวาฟเฟิล อบจนสุก เสริ์ฟพร้อมกล้วยหอมหั่นเป็นแว่นบาง น้ำเชื่อมกลิ่นเมเปิล หรือน้ำผึ้ง
4. สลัดเต้าหู้กับน้ำสลัดงา
สำหรับคนที่ต้องการไดเอต และอยากจัดอาหารเบา ๆ แต่ให้สารอาหารครบถ้วน
ลองสูตรอาหารคลีนจานนี้รับรองว่าไม่มีผิดหวังแน่นอนค่ะ
เพราะมีทั้งผักหลากชนิด และโปรตีนจากเต้าหู้
พร้อมวิตามินสารพัดประโยชน์จากงาดำอีกต่างหาก เด็ดไปเลยเนอะ
สิ่งที่ต้องเตรียม
ผักสลัดสีเขียวตามชอบ หั่นเป็นชิ้นเล็ก 4 ถ้วย
หัวไชเท้า สไลซ์บาง 2 หัว
แตงกวา สไลซ์บาง 1/4 ถ้วย
แครอทขูดเป็นเส้น 1/4 ถ้วย
เต้าหู้ขาวชนิดแข็ง หั่นเต๋า 60 กรัม (2 ออนซ์)
น้ำสลัดน้ำใส 2 ช้อนโต๊ะ
ธัญพืชตามชอบ สำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
ใส่
ผักสลัด หัวไชเท้า แตงกวา แครอท เต้าหู้ และน้ำสลัด ลงในอ่างผสม
คนผสมให้เข้ากัน โรยด้วยธัญพืชตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
5. ไก่ย่างมะนาวอะโวคาโดเอาใจคุณแม่ที่กำลังควบคุมน้ำหนักด้วยเมนูไก่ย่างมะนาวอะโวคาโด สูตรเด็ดที่ให้สารอาหารที่ดีสำหรับคุณแม่ และคุณลูกในครรภ์ แต่ไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือดจนเสี่ยงเป็นเบาหวาน อร่อยลืมกับอาหารจานนี้ได้เพลิน ๆ เลยจ้า
สิ่งที่ต้องเตรียม
เนื้ออกไก่ 2 ชิ้น
พริกไทยป่น และเกลือป่นปริมาณเล็กน้อยสำหรับหมักไก่
อะโวคาโด (หั่นเป็นชิ้นยาว) 1 ลูก
มะนาว 1 ลูก
พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้า
วิธีทำ
หมักอกไก่กับเกลือป่น และพริกไทยป่นจนทั่ว พักไว้สักครู่
นำเนื้ออกไก่ที่หมักไว้ไปย่าง หรืออบจนสุก นำออกจากเตา จัดใส่จาน
เวลารับประทานให้วางไก่ย่างลงบนอะโวคาโด บีบมะนาว และโรยพริกไทยป่น
6. สลัดอกไก่ย่างกับกะหล่ำปลีและส้มเขียวหวาน
ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อนำกะหล่ำปลีมาซอย ต้มพอสุก แล้วจับคู่กินกับส้มเขียวหวานราดด้วยน้ำสลัดงา และเติมอกไก่ย่างเพิ่มโปรตีนให้อาหารจานนี้ จะเปลี่ยนอาหารที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ ให้มีรสชาติที่กลมกล่มกล่อมลงตัวจนคาดไม่ถึง
7. อกไก่อบเลมอน
เปลี่ยนเมนูไก่อบที่เคยกินให้เฮลธ์ตี้ยิ่งขึ้น เพราะเมนูนี้จะใช้อกไก่เนื้อแน่น ๆ คลุกเคล้าเครื่องเทศให้ชุ่มฉ่ำ แล้วนำไปอบพร้อมเลมอนเปรี้ยว ๆ หอม ๆ เสร็จแล้วตักเสิร์ฟพร้อมผักสดไว้กินแกล้มสักหน่อย ฟินเว่อร์
8. สลัดข้าวหอมสีนิล
ข้าวหอมสีนิลขึ้นชื่อในเรื่องของคุณประโยชน์มหาศาลอยู่แล้ว แต่เราจะเพิ่มสารอาหารพร้อมความอร่อยให้เมนูนี้ยิ่งขึ้น ด้วยการนำอกไก่ย่าง กะหล่ำปลีย่าง และมะม่วงสุกมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำสลัดงาปรุงรสลงไป เติมความกลมกล่อมอย่างลงตัว
ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อนำกะหล่ำปลีมาซอย ต้มพอสุก แล้วจับคู่กินกับส้มเขียวหวานราดด้วยน้ำสลัดงา และเติมอกไก่ย่างเพิ่มโปรตีนให้อาหารจานนี้ จะเปลี่ยนอาหารที่ไม่น่าจะเข้ากันได้ ให้มีรสชาติที่กลมกล่มกล่อมลงตัวจนคาดไม่ถึง
อัลมอนด์สไลซ์ 2 ช้อนโต๊ะ
เนื้ออกไก่ 120 กรัม (4 ออนซ์)
กะหล่ำปลี หรือผักกาดขาวซอย 1/4 หัว (ประมาณ 2 ถ้วย)
ส้มเขียวหวาน แกะเป็นชิ้น 1 ลูก
หัวหอม สไลซ์บาง 1 ลูก
น้ำสลัดงาน้ำใส 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
เปิด
เตาอบที่อุณหภูมิ 350 องศาฟาเรนไฮท์ นำอัลมอนด์สไลซ์เข้าอบประมาณ 4 นาที
จนอัลมอนด์เป็นสีน้ำตาล พักทิ้งไว้จนเย็น
ย่างอกไก่ในกระทะจนสุก หั่นเป็นชิ้น เตรียมไว้
ใส่อกไก่ กะหล่ำปลี เนื้อส้ม น้ำส้มคั้นและหัวหอมลงในชามสลัด ใส่น้ำสลัด โรยด้วยอัลมอนด์อบ พร้อมเสิร์ฟ
เปลี่ยนเมนูไก่อบที่เคยกินให้เฮลธ์ตี้ยิ่งขึ้น เพราะเมนูนี้จะใช้อกไก่เนื้อแน่น ๆ คลุกเคล้าเครื่องเทศให้ชุ่มฉ่ำ แล้วนำไปอบพร้อมเลมอนเปรี้ยว ๆ หอม ๆ เสร็จแล้วตักเสิร์ฟพร้อมผักสดไว้กินแกล้มสักหน่อย ฟินเว่อร์
สิ่งที่ต้องเตรียม
น้ำมันพืชตามชอบ (ดอกทานตะวัน หรือน้ำมันมะกอก) 1/4 ถ้วย
เนื้ออกไก่ 1 ชิ้น
เกลือป่น 2 ช้อนชา
โรสแมรี 1 ช้อนชา
เลมอน 1/2 ลูก (สไลซ์เป็น 3 ชิ้นบาง)
วิธีทำ
เปิดเตาอบที่ 350 องศาฟาเรนไฮท์ เตรียมไว้
ผสม
น้ำมันพืช เกลือป่น และโรสแมรี ในอ่างผสมให้เข้ากัน
แล้วใส่เนื้ออกไก่ลงไปเคล้าผสมให้เข้ากัน ตักใส่ลงในถาดสำหรับอบ
วางเลมอนสไลซ์ 2 ชิ้น ลงบนอกไก่ทั้ง ส่วนเลมอนอีก 1 ชิ้นที่เหลือ
ให้บีบน้ำเลมอนลงไปบนเนื้อไก่
นำ
เข้าอบประมาณ 15 นาที นำออกจากเตา นำเลมอนออกจากเนื้อไก่ไปวางด้านข้างถาด
จากนั้นกลับด้านอกไก่ นำเข้าเตาอบต่ออีกประมาณ 15 นาที จนเนื้อไก่สุก
นำออกจากเตา นำเลมอนกลับมาวางด้านบนเนื้อไก่ พร้อมเสิร์ฟ
8. สลัดข้าวหอมสีนิลข้าวหอมสีนิลขึ้นชื่อในเรื่องของคุณประโยชน์มหาศาลอยู่แล้ว แต่เราจะเพิ่มสารอาหารพร้อมความอร่อยให้เมนูนี้ยิ่งขึ้น ด้วยการนำอกไก่ย่าง กะหล่ำปลีย่าง และมะม่วงสุกมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นเติมน้ำสลัดงาปรุงรสลงไป เติมความกลมกล่อมอย่างลงตัว
สิ่งที่ต้องเตรียม
เนื้ออกไก่ต้มปรุงรส ฉีกเป็นเส้น ๆ 1 ชิ้น
กะหล่ำปลีซอย 1 ถ้วย
เนื้อมะม่วงสุก หั่นเต๋า 1/2 ลูก
ข้าวสีนิลหุงสุก 1/2 ถ้วย
น้ำสลัดงาน้ำใส 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ผสมเนื้อไก่ กะหล่ำปลี เนื้อมะม่วงสุก ข้าวสีนิล และน้ำสลัด คนผสมให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ
9. สลัดผักวอเตอร์เครสกับถั่วซิกพี
ผักวอเตอร์เครสดอังไฟอุ่น ๆ พอให้ได้กลิ่นหอม ผสมกับถั่วซิกพีย่างสุกคลุกเคล้าให้เข้ากัน ซึ่งเมนูนี้คุณจะเติมผักสดอะไรลงไปอีกก็ได้นะคะ จากนั้นก็ปรุงรสสลัดน้ำใสให้ได้รสชาติที่ถูกปาก
สิ่งที่ต้องเตรียม
ผักเวอร์เตอร์เครส หั่นเป็นชิ้น 3 ถ้วย
แครอทหั่นเป็นชิ้นหนา 1/4 นิ้ว จำนวน 1 ถ้วย
เกลือป่น
ถั่วซิกพีกระป๋อง (เทน้ำออก) 1/2 ถ้วย
น้ำสลัด 2 ช้อนชา
เกลือป่น และพริกไทยดำป่น
วิธีทำ
ใส่น้ำลงในหม้อ เติมเกลือป่น ใส่แครอทลงต้มประมาณ 4 นาที ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ พักทิ้งไว้จนเย็น
ใส่ผักเวอร์เตอร์เครส แครอทต้ม ถั่วซิกพี และน้ำสลัดลงในอ่างผสม คนผสมให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ
10. สลัดผักกับสันนอกหมูย่าง
สารพัดผักใบเขียวฉ่ำน้ำสลัดงาหอม ๆ กินคู่กับถั่วคั่ว และเนื้อหมูสันนอกย่างนุ่ม ๆ เป็นความอร่อยในรสชาติที่ไม่ซ้ำใคร แต่ให้คุณค่าทางสารอาหารที่เต็มเปี่ยม และในขณะเดียวกันก็ให้แคลอรี่และโทษน้อยมากถึงมากที่สุด
สิ่งที่ต้องเตรียม
เนื้อหมูอบ หรือย่าง 100 กรัม
น้ำมันมะกอก
เห็ดแชมปิญอง ผ่าครึ่ง 1/4 ถ้วย
เกลือป่น และพริกไทยป่น
ผัดสลัด (Arugula) 3-4 ถ้วย
น้ำสลัดน้ำใสตามชอบ 2 ช้อนโต๊ะ
เมล็ดฟักทอง 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ใส่น้ำมันมะกอกลงในกระทะ ใส่เห็ดแชมปิญองลงผัด เติมเกลือป่น และพริกไทยป่น ผัดจนเห็ดสุก และเปลี่ยนสี
ใส่เนื้อหมูย่าง เห็ด ผักสลัด และน้ำสลัดลงในชามสลัด โรยด้วยเมล็ดฟักทอง พร้อมเสิร์ฟ
11. สลัดคริสมาสต์ขอเรียกชื่อเมนูแบบนี้เพราะเป็นการรวมตัวของผักสีเขียว ทั้งแตงกวา และผักขม แซมด้วยความหวานอมเปรี้ยวของผลไม้ตระกูลเบอร์รีสีแดงสดอย่างสตรอวเบอร์รี ราดด้วยน้ำสลัดแบบใส รสชาติอร่อยเลิศอย่าบอกใครเชียว
สิ่งที่ต้องเตรียม
สตรอเบอร์รี สไลซ์ 240 กรัม
แตงกวา ปอกเปลือก ผ่าครึ่ง สไลซ์บาง 1 ลูก
ผักโขม 150 กรัม
ต้นหอมซอย 2-3 ต้น
อัลมอนด์สับหยาบ 1/2 ถ้วย
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
ใบโหระพาสับหยาบ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำผึ้ง 1-2 ช้อนชา
เกลือป่น และพริกไทยป่น เล็กน้อย
วิธีทำ
ใส่สตรอว์เบอร์รี แตงกวา ผักโขม ต้นหอมซอย และอัลมอนด์สับหยาบลงในอ่างผสม เตรียมไว้
ตี
ผสมโยเกิร์ต น้ำมะนาว และน้ำมันมะกอก เข้าด้วยกัน เติมน้ำผึ้ง เกลือป่น
พริกไทยป่น และใบโหระพา คนผสมให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบ
นำเข้าแช่เย็นจนถึงเวลาเสิร์ฟ
ตักส่วนผสมน้ำสลัดราดลงบนผักสลัดที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟ
12. กะหล่ำปลีย่างเลมอนอย่าเพิ่งดูถูกว่าเป็นแค่กะหล่ำปลีย่างนะจ๊ะ เพราะขอบอกตรงนี้เลยว่า ใครยังไม่เคยชิมกะหล่ำปลีย่างเลมอนจานนี้ล่ะก็ คงไม่รู้ฤทธิ์เดชความอร่อยของเขาซะแล้ว ถ้าอย่างนั้นคงต้องมาพิสูจน์กันเอาเอง แต่ว่าถ้าติดใจจนหยุดปากไม่ได้ ก็อย่าหาว่าไม่เตือนล่ะ
สิ่งที่ต้องเตรียม
กะหล่ำปลีขนาดกลาง 1 หัว (หั่นเป็น 8 ชิ้น)
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
เกลือป่น และพริกไทยดำป่น
เลมอนสไลซ์
วิธีทำ
เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 450 องศาฟาเรนไฮท์ จากนั้นพ่นถาดรองอบด้วยสเปรย์กันติด เตรียมไว้
ตี
ผสมน้ำมันมะกอก และน้ำมะนาวเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเดียว
ใช้แปรงทาส่วนผสมน้ำมะนาวลงบนกะหล่ำปลีให้ทั่วทุกด้าน โรยเกลือป่น
และพริกไทยป่น
นำ
เข้าเตาอบนานประมาณ 15 นาที จนด้านที่ติดถาดอบเป็นสีน้ำตาล
นำออกมากลับด้านแล้วนำเข้าอบต่ออีกประมาณ 10-15 นาที ตักใส่จาน
เสิร์ฟพร้อมเลมอนฝาน
13. โยเกิร์ตหน้ามะม่วงฉีกแนวมาดูสูตรของหวานกันหน่อย กับเมนูโยเกิร์ตเนื้อละเอียด อัดแน่นไปด้วยจุลินทรีย์มีประโยชน์ รวมทั้งวิตามินอื่น ๆ อีกมากมาย แถมยังมีเนื้อมะม่วงสุกหวานฉ่ำ เติมความเฟรชอีกด้วยนะคะ ช่างเป็นเมนูที่เหมาะกับหน้าร้อนแบบนี้ซะจริง ๆ
สิ่งที่ต้องเตรียม
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ชนิดไขมันต่ำ 1/2 ถ้วย
เนื้อมะม่วงสุก หั่นเต๋า 1/2 ถ้วย
ธัญพืชตามชอบ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
ใส่โยเกิร์ตลงในถ้วย โรยด้วยเนื้อมะม่วงสุก และธัญพืชตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ
14. น้ำอะโวคาโดปั่น
ถัดจากเมนูของหวานก็มาดูสูตรน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพแก้วนี้กันดีกว่า
เพียงแค่ใช้เนื้ออะโวคาโดสดมาปั่นละเอียด เติมน้ำสะอาด
และน้ำมะนาวเพิ่มรสชาติอีกสักนิด ก็จะได้เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพมาคลายร้อน
อีกทั้งสูตรนี้ยังเหมาะกับคนที่ต้องการลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต
ลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง รวมทั้งโรคหัวใจ
และสำหรับใครที่อยากหน้าเด็กก็ต้องรีบดื่มกันด่วน ๆ เลย
สิ่งที่ต้องเตรียม
เนื้ออะโวคาโด 1/2 ลูก
น้ำมะพร้าว แช่เย็นจัด 1 ถ้วย
น้ำเชื่อม (Agave Syrup) 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
วิธีทำ
ปั่นผสมเนื้ออะโวคาโด น้ำมะพร้าว น้ำเชื่อม และน้ำมะนาว ในเครื่องปั่นจนเนื้อเนียนละเอียด เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม
15. กล้วยปั่นผสมอัลมอนด์
จะจัดสูตรเครื่องดื่มคลีนทั้งทีเป็นแค่น้ำกล้วยปั่นก็คงจะเชยเกินไป งั้นลองผสมอัลมอนด์คั่วลงไปปั่นด้วยสัก 2-3 เม็ดก็พอ รับรองอร่อยเลิศเกินธรรมดาแน่ ๆ จ้า
สิ่งที่ต้องเตรียม
กล้วยหอมแช่แข็ง หั่นเป็นชิ้น 1 ลูก
นมอัลมอนด์ 1 ถ้วย
เนยถั่วอัลมอนด์ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำหอมกลิ่นอัลมอนด์ 1/8 ช้อนชา
วิธีทำ
ปั่นผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันจนเนื้อเนียนละเอียด เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม
เห็นอาหารคลีนวันนี้แล้ว ขอบอกว่าน่ารับประทานมากๆ ทำง่าย แถมมีประโยชน์กับสุขภาพด้วย อาจจะเป็นกิจกรรมยามว่างสำหรับใครหลายๆคนได้นะครับแหล่งที่มา : http://cooking.kapook.com/view88487.html














ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น